แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ตัวละครสามก๊ก แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ตัวละครสามก๊ก แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2555

สามก๊ก เทียหยก

เทียหยก (อังกฤษ: Cheng Yu; จีนตัวเต็ม: 程昱; จีนตัวย่อ: 程昱) เป็นตัวละครในวรรณกรรมจีนอิงประวัติศาสตร์เรื่องสามก๊กที่มีตัวตนจริงในประวัติศาสตร์ยุคสามก๊ก ที่ปรึกษาคนสำคัญของโจโฉ ให้คำแนะนำที่เป็นประโยชน์แก่โจโฉหลายครั้ง เป็นผู้ใช้อุบายดึงตัวชีซีจากเล่าปี่ และเป็นคนแรกที่สังเกตเห็นว่าเรือเสบียงของอุยกายที่มาสวามิภักดิ์มีพิรุธ ซึ่งความจริงเป็นเรือเชื้อเพลิงของอุยกายที่ใช้เอาทัพเรือโจโฉตามอุบายของจิวยี่

วันจันทร์ที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2555

สามก๊ก เล่ากี๋

สามก๊ก เล่ากี๋

เป็นบุตรของเล่าเปียว ที่เกิดจากนางต้านซี เล่ากี๋เป้นผู้ที่มีสติปัญญาปานกลาง(พอใช้ได้) แต่มีปัญหาทางดานสุขภาพอยู่เสมอๆ

เล่าเปียวคิดจะยกให้เป็นผู้ครองเมืองเกงจิ๋ว เนื่องจากเป็นบุตรคนโต แต่อำนาจทางทหารอยู่ในมือของฝ่ายนางชัวฮูหยินภรรยาอีกคน ซึ่งนางชัวฮูหยินต้องการให้เล่าจ๋องลูกชายของตนเองครองเมืองเกงจิ๋ว จึงจะหาโอกาสกำจัดเล่ากี๋อยู่เสมอๆ ในช่วงนั้นเล่าเปียวป่วยหนักอยู่ด้วย

เล่ากี๋รู้ว่าชัวฮูหยินวางแผนจะทำร้ายอยู่เสมอๆ แต่เล่ากี๋ก็ยังแก้ปัญหาไม่ได้ จนวันนึงเล่ากี๋ที่กำลังมืดแปดด้านอยู่ ขงเบ้งกับเล่าปี่ก็มาหา เล่ากี๋จึงได้อ้อนวอนขอให้ขงเบ้งช่วย ซึ่งตอนแรกขงเบ้งก็ปฏิเสธ แต่เล่ากี๋สวมบทเล่าปี่ บีบน้ำตาจะเอากระบี่เชือดคอตาย จนขงเบ้งแนะนำให้เล่ากี๋ขอไปเป็นเจ้าเมืองกังแฮ เพื่อหนีภัย (แต่ความจริงขงเบ้งวางแผนจะยึดเกงจิ๋วอยู่แล้ว เลยให้เล่ากี๋ไปอยู่ที่อื่น เพื่อที่จะได้ตัดอำนาจ)

เมื่อเล่าเปียวตาย เล่ากี๋ได้มาเยี่ยม แต่ถูกชัวมอ ชัวฮูหยิน และเล่าจ๋องขัดขวางไม่ยอมให้เข้าพบ เล่ากี๋จึงต้องกลับไปเมืองกังแฮด้วยความชอกช้ำ

แต่ภายหลังโจโฉได้ยึดเมืองเกงจิ๋ว เล่าปี่และก๊วนพรรคประชาอุปถัมภ์ได้หนีโจโฉไปได้อย่างทุลักทุเล และก็ได้หนีไปอยู่กับเล่ากี๋ที่เมืองกังแฮ เมื่อชนะโจโฉในศึกเซ็กเพ็กแล้ว ขงเบ้งได้จัดการยึดเกงจิ๋วซะ ซุนกวนเคืองมาก ส่งทูตไปทวงคืน แต่เล่าปี่ก็ได้ให้เล่ากี๋ปกครองเกงจิ๋ว ทำให้ซุนกวนยังเข้าครองเกงจิ๋วไม่ได้ แต่วันๆเล่ากี๋ก็แทบไม่ได้ทำอะไรเลยนอกจากนอนอยู่บนเตียง เพราะ ปัญหาทางด้านสุขภาพ

หลังจากนั้นเล่ากี๋ก็สุขภาพทรุดโทรมด้วยปัญหาสุขภาพ อาการหนักเข้าๆ ก็ได้ป่วยตายในที่สุด เมื่ออายุได้เพียง20กว่าๆเท่านั้น

สามก๊ก สุมา เต็กโช

สุมา เต็กโช
สุมา เต็กโช
สุมาเต็กโช (อังกฤษ: Sima Hui ; จีนตัวเต็ม: 司馬徽; จีนตัวย่อ: 司馬徽) เป็นตัวละครในวรรณกรรมจีนอิงประวัติศาสตร์เรื่องสามก๊ก นักปราชญ์เต๋าผู้ได้รับการนับถืออย่างมากของนักปราชญ์คนสำคัญ ๆ ในสามก๊กเช่นจูกัดเหลียง, ชีซีและบังทอง เป็นเพื่อนสนิทกับบังเต็กกง ซึ่งมีศักดิ์เป็นอาของบังทอง เป็นผู้ให้ฉายา "ฮองซู" แก่ บังทอง และ "ฮกหลง" แก่ ขงเบ้ง เป็นผู้ที่สามารถอ่านผู้คนและสถานการณ์ในอนาคตได้อย่างแม่นยำ จนได้ฉายาว่า "ซินแสคันฉ่องวารี" อาศัยในเขตเมืองซงหยง เป็นปราชญ์ที่ยึดติดกับธรรมชาติ ไม่ข้องเกี่ยวกับการเมือง

สุมาเต็กโช ปรากฏตัวครั้งแรกเมื่อเล่าปี่โผนม้าเต็กเลาหนีการตามล่าของชัวมอและเตียวอุ๋น ลูกน้องของเล่าเปียวจากเมืองเกงจิ๋ว ระหว่างที่เดินทางหนี เล่าปี่ได้พบเห็นวิถีชีวิตชาวนาธรรมดา ๆ เล่าปี่จึงถอดถอนหายใจว่า เหตุใดเราจึงไม่มีชีวิตอยู่อย่างเรียบง่ายเช่นคนเหล่านี้ ขณะนั้นมีเด็กชายคนหนึ่งเป่าขลุ่ยขี่ควายผ่านมา เด็กคนนั้นทักเล่าปี่ว่า ท่านใช่เล่าปี่หรือไม่ จนเล่าปี่รู้สึกประหลาดใจว่า เหตุใดเด็กธรรมดา ๆ คนหนึ่งถึงรู้จักตน เด็กชายขี่ควายจึงบอกว่า อาจารย์ของตนคือ ท่านสุมาเต็กโช บอกว่า ผู้ที่ขี่ม้าสีขาวผ่านมาคือ เล่าปี่และอีกไม่นานจะต้องผ่านมาทางนี้ จึงให้ข้าพเจ้าออกมาต้อนรับ

เมื่อเล่าปี่ได้พบกับสุมาเต็กโช ในกระท่อม สุมาเต็กโชแกล้งแหย่ถามเล่าปี่ว่า ท่านก็ทรงคุณธรรม เหตุใดถึงยังตั้งตัวไม่ได้ เล่าปี่ตอบว่า เพราะไม่มีเมืองอาศัยเป็นของตนเอง สุมาเต็กโชจึงว่า ที่ท่านยังไม่มีเมือง ไม่อาจตั้งตนได้ เห็นเป็นเพราะยังไม่มีที่ปรึกษาคอยให้คำแนะนำมากกว่า เล่าปี่ตอบว่า ก็ข้าพเจ้ามีซุนเขียนและบิต๊กอยู่แล้ว แต่สุมาเต็กโชแย้งว่า ซุนเขียนและบิต๊กเป็นเพียงบัณฑิตผู้รู้หนังสือธรรมดา ๆ ยังไม่อาจเป็นปราชญ์ผู้พลิกฟ้าคว่ำแผ่นดินได้ เล่าปี่จึงสำนึกขึ้นได้และถามสุมาเต็กโชว่า แล้วจะหาปราชญ์ที่ปรึกษาได้ที่ใด สุมาเต็กโชตอบว่า ในแผ่นดินขณะนี้มีเพียงปราชญ์ 2 คนเท่านั้นที่จะช่วยท่านพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดินได้ เมื่อเล่าปี่ถามว่าใคร สุมาเต็กโชหัวเราะไม่ตอบ แต่เทน้ำจากกาเขียนตัวอักษรลงบนโต๊ะ คำว่า "ฮงหลง" กับ "ฮองซู" พอให้เล่าปี่เห็น แล้วลบออก

หลังจากที่ชีซีจากเล่าปี่ไปแล้ว และแนะนำขงเบ้งให้เล่าปี่ พร้อมเฉลยปริศนาของคำว่า ฮกหลง ฮองซู แก่เล่าปี่แล้ว สุมาเต็กโชแวะมาหาเล่าปี่ และถามถึงชีซี เล่าปี่เล่าว่า ชีซีต้องไปอยู่กับโจโฉ เพราะแม่ของชีซีถูกบังคับจากโจโฉ สุมาเต็กโชอุทานว่า ชีซีโดนหลอกเข้าให้แล้ว นี่เป็นอุบายของโจโฉ ถ้าชีซีไม่ไปแม่เขาจะไม่ตาย แต่ถ้าชีซีไปแม่เขาต้องตายแน่นอน เพราะนางนั้นเกลียดโจโฉมาก เมื่อรู้ว่าลูกชายตนต้องอุบายโจโฉ นางจะเกิดความอับอายจนฆ่าตัวตาย พร้อมกับอุทานว่า "เสียดายที่ชีซีไม่ได้นายที่ดี น่าเสียดาย...น่าเสียดาย" ซึ่งทุกอย่างก็เป็นไปตามคำที่สุมาเต็กโชกล่าวทุกประการ

วันเสาร์ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2555

ประวัติสามก๊ก ลิเตียน

ประวัติสามก๊ก ลิเตียน
ประวัติสามก๊ก ลิเตียน
ประวัติสามก๊ก ลิเตียน


ลิเตียน (Li Dian) เป็นขุนพลคนสำคัญของโจโฉและเป็นหนึ่งขุนพลกลุ่มแรกของโจโฉ (อันได้แก่ โจหยิน โจหอง แฮหัวตุ้น แฮหัวเอี๋ยน ลิเตียน งักจิ้น) เข้าด้วยกับโจโฉตั้งแต่โจโฉประกาศเรียกคนอาสาสมัครไปปราบตั๋งโต๊ะ เป็นคนสุภาพอ่อนโยน มีความรู้ทั้งด้านการทหารและการปกครอง ได้ออกศึกเสมอ และได้ยศทหารเป็นพ้อหลู่เจียงจวิน สิ้นชีพเมื่ออายุ 36 ปี ได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็นหมิ่นโหว (พระยา)

วันศุกร์ที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2555

ประวัติสามก๊ก โจหอง จื่อเหลียน

โจหอง ชื่อรอง จื่อเหลียน เกิดเมืองพ่าย(ปัจจุบันคือ เมืองปอโจวในมณฑลอันฮุย) มีศักดิ์เป็นญาติผู้น้องของโจโฉ ช่วงที่โจโฉแยกตัวออกจากทัพพันธมิตรอีก 17หัวเมือง เพราะจะตามไปไล่ตีทัพตั๋งโต๊ะ ที่กำลังหนีไปเมืองฉางอัน ในตอนนั้นทัพของโจโฉถูกซ้อนกลและโดนตีขนาบสองข้าง ที่เมือง เอ๊งหยง ปรากฏว่าโจโฉพ่ายแพ้ยับเยิน ตัวโจโฉเองพลัดหลงกับทหารเอก และกำลังอยู่ในที่คับขันเพราะม้าถูกยิงตาย อีกทั้งมี ซีเอ๋ง ลูกน้องตั๋งโต๊ะ ไล่ติดตามมา โจหองได้ตีฝ่าข้าศึกเข้ามาช่วยโจโฉ และยังสละม้าในโจโฉขี่ (ตัวเองเดินเท้า) โจโฉไม่ยอมในทีแรก แต่โจหองพูดว่า “โลกนี้ขาดโจหองได้ แต่ต้องไม่ขาดโจโฉ” โจหองได้ติดตามโจโฉไปที่แม่น้ำเปียน ซึ่งได้พบว่าน้ำลึกมากจนไม่มีที่ข้ามไปได้ เขาจึงเดินเสาะหาเรือตามตลิ่งจนพบ และใช้เรือข้ามแม่น้ำหลบหนีไปเมืองพ่ายบ้านเกิด

หลังจากนั้น โจหองได้อาศัยความเป็นสหายกับ เฉินเหวิน เจ้าเมืองหยางโจว (เอ็งจิ๋ว) เพื่อนำบริวารกว่าพันคนไปเกณฑ์คนในดินแดนปกครองของ เฉินเหวิน เข้ากองทัพโจโฉ ที่แม่น้ำ ลู่ เขาเกณฑ์กองทหารติดเกราะได้ 2,000 คน และมุ่งหน้าไปทางตะวันออกสู่เมือง ตันหยาง เขาเกณฑ์คนเพิ่มได้อีกหลายพันคน ก่อนที่จะมารวมทัพกับโจโฉที่เมือง หลงคัง

ในช่วงที่โจโฉกำลังโจมตีโตเกี๋ยม เจ้าแคว้นชีจิ๋ว เตียวเมา (จริงๆน่าจะเป็น เตียวเมี่ยวที่เป็นน้องชาย เพราะเตียวเมาถูกเล่าต้ายฆ่าตายตั้งแต่ตอนผิดใจกันหลังทัพพันธมิตรสลาย) ได้จับมือกับลิโป้ก่อกบฏต่อโจโฉ เป็นช่วงเวลาเดียวกับการเกิดทุพภิกขภัยขนานใหญ่ ในแถบนั้น โจหองได้นำทหารไปยึดเมืองตงผิง และฟ่านเพื่อรวบรวมข้าวสารและอาหารไปหล่อเลี้ยงกองทัพ ทำให้โจโฉสามารถรบชนะเตียวเมาและลิโป้ที่เมืองปักเอี๊ยง ตัวลิโป้ต้องหนีเตลิดไปพึ่งเล่าปี่ที่ชีจิ๋ว ในช่วงที่โจโฉทำการยึดเมืองคืน โจหองได้โจมตีและสามารถยึดเมืองคืนมาได้สิบกว่าเมือง (เช่น จี้หยิง , ซานหยาง , จงโหมว , หยางเว่อ , จิง และ มี่)

ความดีความชอบในการศึกเหล่านั้น ทำให้โจหองได้รับตำแหน่ง นายพันอินทรีผงาด และเลื่อนขั้นเป็น นายพลประจักษ์กล้า เมื่อพระเจ้าเหี้ยนเต้ ย้ายเมืองหลวงไปอยู่ที่ฮูโต๋ ได้แต่งตั้งให้โจหองเป็นมหาดเล็กหลวง (เจียงยี่ ต้าฝู่) หลังจากนั้นโจหอง ได้เข้าร่วมปฏิบัติการรบกับทางเล่าเปียว โจหองรบชนะขุนพลของเกงจิ๋วที่เมือง อู๋หยาง , หยินเย่ , ตู้หยาง และ ป๋อหวาง ทำให้ได้เลื่อนตำแหน่งเป็น ขุนพลกระพือขวัญ และกินบรรดาศักดิ์ เป็นพระยาแห่งจังหวัด กว่อหมิง เขาได้ต่อสู้ภายใต้ร่มธงของโจโฉมาหลายสมรภูมิ และได้รับการเลื่อนขั้นตามลำดับ เป็นขุนพลพิทักษ์เมืองหลวง

ในการรบที่ด่านถงกวน (ตงก๋วน) ซึ่งม้าเฉียวยกทัพมาแก้แค้นให้ม้าเท้ง โจหองได้รับคำสั่งให้ไปตั้งรับขัดตาทัพที่ถงกวน (โดยให้ตั้งรับอย่างเดียว รอโจโฉมาเสริมกำลังก่อน) เพราะโจโฉขณะนั้นกำลังเตรียมการบุกซุนกวนแถวๆ เมืองหับป๋า แต่ม้าเฉียวและหันซุยใช้การด่าโคตรเหง้าของโจโฉ หลายวันเข้าโจหองทนไม่ได้ ยกทัพออกมาต่อสู้ด้วย และถูกม้าเฉียวอ้อมทัพไปตีขนาบสองข้างจนพ่ายแพ้ ซิหลงได้ตามมาแก้ไขโจหองหนีไปได้ เหตุการณ์นี้ทำให้โจโฉโกรธโจหองมากจนถึงขั้นจะประหาร แต่ได้ขุนพลต่างๆขอไว้อย่างไรก็ดี ตอนที่โจโฉเสียทีม้าเฉียวเช่นกัน ก็ได้โจหองมาช่วยชีวิตอีกครั้งหนึ่ง โจโฉรู้สึกซาบซึ้งมาก จึงไม่ถือเอาโทษครั้งก่อนในที่สุด

ในตอนที่เว่ยเหวินตี้ (โจผี) สถาปนาตัวเองเป็นฮ่องเต้ เริ่มต้นศักราช หวงชูปีที่ 1 (ค.ศ. 220) โจหองได้รับตำแหน่งนายพลองครักษ์ (เว่ยเจียงจวิน) , นายพลทัพม้าเร็ว (เผี่ยวจี้เจียงจวิน) ซึ่งถือเป็นรองผู้บัญชาการทหารสูงสุดที่มักมอบให้แก่เชื้อพระวงศ์หรือขันทีคนสนิท ข้อมูลจากกระทู้ยศทหารในสามก๊ก โดยพี่ซุนเซ็ก) ที่ดินศักดินาก็ได้รับเพิ่มอีก 1,000 ครัวเรือน จากของเดิม 2,100 ครัวเรือน (ถือว่าเยอะมากๆแล้วในสมัยนั้น) หลังจากนั้นก็ได้เลื่อนยศเป็นพระยาแห่งเมือง ตู้หยาง

โจหองค่อนข้างมั่งคั่งและมีฐานะมาก แต่ตัวโจหองเองกลับเป็นคนมัธยัสถ์สุดๆ (ถึงขั้นตระหนี่) จึงมีเหตุบาดหมางกับโจผี ในตอนที่โจผียังหนุ่ม ได้ไปขอยืมเงินจากโจหอง แต่โจหองปฏิเสธที่จะให้ ทำให้โจผีผูกใจเจ็บแค้นมาตลอด มาสบโอกาสเอาคืนในตอนที่ลูกน้องโจหอง (บางฉบับว่า เป็นอาคันตุกะในบ้านโจหอง) กระทำผิดกฎหมาย โจผีเลยถือเป็นเหตุยัดข้อหาให้โจหองต้องติดคุก และตัดสินโทษประหาร ขุนนางทั้งปวงพยายามทัดทาน แต่ก็ไม่เป็นผล ในตอนนั้นโจจิ๋น (คู่กรณีอีกคนของโจหอง) ก็อยู่ในเหตุการณ์ จึงวิงวอนโจผีด้วย ความว่า “ถ้าฝ่าบาทตัดสินโทษประหารแก่โจหอง โจหองจะต้องคิดว่าเป็นข้าที่เพ็ดทูลพระองค์แน่” โจผีโต้ตอบว่า “ขอให้วางใจ ทุกอย่างข้ารับไว้คนเดียวเอง” แต่ฮองเฮาเปียนสี ได้ขัดขึ้นมาว่า “ในละแวกดินแดนเหลียง และ เป่ย ถ้าไม่ได้โจหองรักษาไว้ ก็ไม่มีท่านในวันนี้เป็นแน่” และหลั่งน้ำตาวิงวอนให้โจผีปล่อยโจหอง จนโจผียินยอมในที่สุด แต่ให้คงโทษปลดออกจากตำแหน่งทั้งปวงและยึดที่ดินศักดินาคืน เหตุการณ์นี้สร้างความช้ำใจแก่โจหองมาก (ขณะนั้นโจหองอายุได้ 51 ปี) ที่ถูกกันออกจากสถานะที่เคยเป็นอยู่

ภายหลังสิ้นแผ่นดินโจผี รัชทายาทโจยอยได้ขึ้นครองบัลลังก์ จึงยกโจหองเป็นแม่ทัพหลัง (โฮ่วเจียงจวิน) และเลื่อนยศศักดินาแบบก้าวกระโดดเป็นพระยาแห่ง เล่อฉาง กินที่ดินศักดินาจำนวน 1,000 ครัวเรือน หลังจากนั้น โจหองก็ได้เลื่อนตำแหน่งกลับเป็นนายพลทัพม้าเร็ว (เผี่ยวจี้เจียงจวิน) แต่เป็นเพียงแค่ตำแหน่งลอยๆ ตั้งไว้เพื่อเป็นเกียรติเท่านั้น เขาเสียชีวิตด้วยโรคชราในศักราชไท่เหอที่ 6 (ค.ศ. 232) จึงได้รับบรรดาศักดิ์พระราชทานเป็นพระยาสรรเสริญ

ผู้สืบทอดของโจหองคือ เฉาฝู่ ก่อนหน้านี้ตอนที่โจโฉยังมีชีวิตอยู่ ได้แบ่งที่ดินศักดินาของโจหองส่วนหนึ่งให้ลูกของเขา โจจิ๋น เป็นพระยา และญาติอีกคนของโจหอง ชื่อ โจฮู เป็นคนสุภาพ ระมัดระวังตัว และเคารพในกฎระเบียบ เขาได้รับตำแหน่งเป็นถึง นายพลองครักษ์ (เว่ยเจียงจวิน) และเป็นพระยา(โหว) ด้วย

นิสัยส่วนตัวของโจหองนอกจากจะตระหนี่แล้ว ยังเป็นคนที่ชอบอวดอ้างวีรกรรมครั้งก่อนๆ ให้ผู้อื่นฟัง เพื่อให้มีผลต่อการเลื่อนตำแหน่งของตน และยังชอบพูดจายั่วโทสะ โจจิ๋น ญาติอีกคนหนึ่งของโจโฉ ว่าเป็นพวกน้ำหนักเกิน (หมูตอนนั่นเอง) พฤติกรรมเหล่านี้ ได้ถูกเอียวฮู (ผู้เป็นหนึ่งในคณะมนตรีของแคว้นเว่ย) ตักเตือนอยู่เนืองๆ

ในฉบับนิยาย โจหองเป็นตัวละครประเภทตัวประกอบเสียส่วนใหญ่ โจหองเปิดตัวพร้อมๆกับ ญาติโจโฉ อย่าง แฮหัวตุ้น , แฮหัวเอี๋ยน และโจหยิน แต่โจหองเป็นผู้ที่มีบทบาทน้อยที่สุด ฉากเด่นๆ มีเพียง การช่วยชีวิตโจโฉจากซีเอ๋ง และ การรบแพ้ที่ด่านถงกวน แต่ช่วยชีวิตโจโฉอีกครั้งเท่านั้น นอกจากนั้นแล้ว เป็นแม่ทัพรอง หรือไม่ก็เป็นขุนพลคุมทัพหลัง หรือไม่ก็เป็นขุนพลที่ไปตรึงกำลังเท่านั้น แต่เรื่องผิดใจกับโจผี มีบันทึกตรงกันทั้งในฉบับประวัติศาสตร์ และฉบับนิยาย อีกทั้งสาเหตุการตายก็เหมือนกันคือ แก่ตาย

วันพุธที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2555

ประวัติสามก๊ก หันซุย

 ประวัติสามก๊ก หันซุย

หันซุย (อังกฤษ: Han Sui) เป็นเจ้าเมืองเปงจิ๋ว เป็นเพื่อนสนิทของม้าเท้ง เจ้าเมืองเสเหลียง(พ่อของม้าเฉียว) เคยร่วมรบกับม้าเท้งในการรบกับลิฉุย กุยกี ในการรบครั้งนั้น หันซุยเกือบโดนหวนเตียว ทหารของลิฉุยจับตัวได้ แต่หันซุยได้อ้างความเป็นคนบ้านเดียวกัน หวนเตียวจึงปล่อยหันซุยไป

เมื่อม้าเท้งถูกโจโฉประหาร หันซุยได้ร่วมกับม้าเฉียวในการรบกับโจโฉเพื่อแก้แค้นให้ม้าเท้ง ในศึกครั้งนี้ ม้าเฉียวเป็นฝ่ายได้เปรียบหลายครั้ง แต่ต่อมากาเซี่ยงได้เสนออุบายให้โจโฉส่งจดหมายที่ดูเหมือนทำข้อความสำคัญให้ลบเลือนไปส่งไปให้หันซุย ทำให้ม้าเฉียวระแวงในตัวของหันซุยว่าจะสวามิภักดิ์ต่อโจโฉ หันซุยทนแรงกดดันไม่ไหวจึงคิดจะสวามิภักดิ์ต่อโจโฉจริงๆ ม้าเฉียวได้ทราบดังนั้นจึงวิ่งไปที่ค่ายของหันซุยและตัดแขนข้างซ้ายของหันซุยได้ หันซุยหนีไปพึ่งโจโฉ เมื่อโจโฉตีทัพม้าเฉียวกระจัดกระจายแล้ว หันซุยจึงได้รับการแต่งตั้งให้เป็นเจ้าเมืองเสเหลียง

ประวัติสามก๊ก ม้าเท้ง โซ้วเฉิง

ประวัติสามก๊ก ม้าเท้ง โซ้วเฉิง


ม้าเท้ง (อังกฤษ: Ma Teng; จีนตัวเต็ม: 馬騰; จีนตัวย่อ: 马腾; พินอิน: Mă Téng) เป็นตัวละครในวรรณกรรมจีนอิงประวัติศาสตร์เรื่องสามก๊ก ที่มีตัวตนจริงตามประวัติศาสตร์ เป็นขุนศึก ในยุคราชวงศ์ฮั่นตะวันออก และสามก๊กของจีน ปกครองเมืองเสเหลียง(มลฑลเหลียงโจว) ด้วยกันกับหันซุย น้องร่วมสาบานของเขาม้าเท้งและหันซุย ใช้ความมุมานะพยายามเป็นแรมปี เพื่อที่จะแยกตัวเป็นอิสระจากแผ่นดินส่วนกลาง ม้าเท้งเป็นบิดาของม้าเฉียวและเป็นอาของม้าต้าย ผู้ที่รับใช้ต่อจ๊กก๊กในภายหลัง

ม้าเท้ง เป็นบุตรของม้าเป้ง ซึ่งเป็นข้าราชการเล็ก ๆ ในเมืองเทียนซุย แต่เพราะมีการโต้เถียงหลายอย่าง เขาจึงถูกปลดออกจากตำแหน่งและไปอยู่อาศัยกับชนชาวเกียง(ทางทิศตะวันตกของจีน) เขาได้แต่งงานกับหญิงชาวเกียง ซึ่งก็คือผู้ที่ให้กำเนิดม้าเท้ง ม้าเท้งในวัยเยาว์นั้น เขามีฐานะยากจนมาก ว่ากันว่าเขาต้องขึ้นไปเก็บฟืนบนเขา เพื่อเอามาขายเลยทีเดียว เมื่อเขาเติบโตขึ้นกล่าวกันว่า เขาสูงถึง 8 เชียะ (ประมาณ184 ซ.ม.) เลยทีเดียว ม้าเท้งเป็นคนที่ใจดีกับผู้อื่น และเป็นคนสุขุม มีผู้นับหน้าถือตามากมาย

ในปี พ.ศ. 727 เมื่อสิ้นสุดยุคสมัยของพระเจ้าเลนเต้แห่งราชวงศ์ฮั่น ชนชาวเกียงจับอาวุธขึ้นเพื่อต่อต้านราชสำนัก และมีขุนพลผู้ที่เข้าร่วมคือหันซุย ราชสำนักก็ได้ให้แม่ทัพหลวงนำทัพ เพื่อปราบกบฏชาวเกียง และม้าเท้งก็ได้เข้าสมัครเป็นพลทหารเข้าร่วมทัพ ปราบกบฏ ทักษะความสามารถของเขาในสนามรบนั้นเป็นที่ยอมรับ เขามุ่งทะลวงทัพกบฏเข้าไปอย่างไม่ลดละ อย่างไรก็ตามเมื่อแม่ทัพหลวงถูกกบฏฆ่าตายม้าเท้งกลับแปรภักดิ์ไปเข้ากับหันซุย แม่ทัพฝ่ายกบฏ และในที่สุดกองทัพกบฏ ก็พ่ายแพ้ต่อแม่ทัพฮั่นนามว่า ฮองฮูสง แต่ม้าเท้งก็สามารถหนีมากับแม่ทัพกบฏได้ สุดท้ายม้าเท้งและเพื่อนร่วมทัพกบฏก็จะได้รับยศจากราชสำนัก

ในคราวที่ลิฉุยและกุยกี ยึดอำนาจจากเมืองเตียงฮัน หลังจากที่ตั๋งโต๊ะถูกสังหาร ม้าเท้ง และหันซุยได้เข้าสวามิภักดิ์พวกเขาและได้รับบรรดาศักดิ์เป็นแม่ทัพปราบตะวันออก (征東将軍) และแม่ทัพป้องกันตะวันตก (鎮西将軍) ตามลำดับ ถึงกระนั้น ความสัมพันธ์ของทั้งสองฝ่ายก็แย่ลงอย่างรวดเร็ว ม้าเท้งและหันซุยได้นำทัพบุกตีเมืองเตียงฮัน แต่พวกเขาก็ได้รับความปราชัย และด้วยเสบียงที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิดจึงยกทัพกลับเมือง แม้ว่าม้าเท้งและหันซุย จะทำสงครามมากมายเพื่อขยายเขตแคว้นของพวกเขา จนถึงจุดที่ต้องฆ่าลูกเมียของเจ้าเมือง เมืองอื่น ๆ โจโฉ ผู้มีชัยเหนืออ้วนเสี้ยว จากสงครามศึกกัวต๋อ ซึงได้ทำลายความสงบสุขระหว่างม้าเท้งและหันซุย ผู้ที่เข้าสวามิภักดิ์ต่อโจโฉ หลังจากนั้นก็มีคำสั่งจากราชสำนักให้ม้าเท้ง และครอบครัวของเขา เข้าไปในภาคกลาง ซึ่งเหลือเพียงม้าเฉียว ลูกคนโตของเขาเท่านั้นที่อยู่ในเมืองกับหันซุย เมื่อคราวที่ม้าเฉียว และหันซุยตั้งตนเป็นปรปักษ์กับโจโฉ และนำกองทัพบุกโจโฉ เพื่อแก้แค้นให้กับม้าเท้ง และครอบครัวของเขา ที่ถูกสังหาร

ประวัติสามก๊ก ตันก๋ง

ประวัติสามก๊ก ตันก๋ง
ประวัติสามก๊ก ตันก๋ง

ตันก๋งเป็นเจ้าเมืองจงพวน เมื่อคราวที่โจโฉหลบหนีจากการลอบสังหารตั๋งโต๊ะ และถูกทหารของตันก๋งจับได้ที่อำเภอจงพวน ตันก๋งได้ไต่สวนความผิดของโจโฉ ซึ่งให้การว่าการที่ลอบสังหารตั๋งโต๊ะนั้น มีเจตนาที่จะฟื้นฟูราชวงศ์ฮั่นให้กลับมายิ่งใหญ่ดังเดิ่ม และจะเดินทางกลับไปเมืองตันลิวบ้านเกิดเพื่อรวบรวมกองทัพและหวนย้อนกลับมาต่อสู้กับตั๋งโต๊ะ ทำให้ตันก๋งรู้สึกชื่นชมยินดีในความจงรักภักดีของโจโฉ จึงได้ปล่อยตัวโจโฉไปและติดตามโจโฉไปร่วมคิดการใหญ่ในภายหน้า

ระหว่างเดินทางทั้งสองได้แวะพักผ่อนที่บ้านของแปะเฉียซึ่งเป็นพี่น้องร่วมสาบานของโจโก๋บิดาของโจโฉ ซึ่งให้การต้อนรับทั้งสองเป็นอย่างดี ระหว่างรอแปะเฉียที่ขอตัวไปซื้อเหล้า โจโฉได้ยินเสียงคนรับใช้พูดคุยดังจากในบ้านว่า "มัดมันไว้ก่อนแล้วค่อยฆ่ามัน" ทำให้เข้าใจว่าแปะเฉียคิดส่งตนไปยังเมืองหลวงเพื่อเอาความดีความชอบ จึงสังหารคนในบ้านเสียชีวิตรวมทั้งหมด 8 คน ต่อมาภายหลังได้พบความจริงคือหมูตัวหนึ่งถูกมัดอยู่ทำให้รู้ว่าเป็นการเข้าใจผิด

โจโฉและตันก๋งจึงลอบหลบหนีออกจากบ้านแปะเฉีย ระหว่างทางเจอแปะเฉียขี่ลาหอบสุรากลับมา โจโฉจึงฆ่าแปะเฉียเพื่อเป็นการปิดปาก ทำให้ตันก๋งเห็นความโหดเหี้ยม จึงขอแยกทางจากโจโฉ ต่อมาภายหลังโจโฉยกทัพตีชีจิ๋ว เพื่อเป็นการแก้แค้นให้บิดาที่ถูกทหารของโตเกี๋ยม เจ้าเมืองชีจิ๋วฆ่าตาย ตันก๋งได้เดินทางไปพบโจโฉและพยายามขอชีวิตของราษฎรที่ไม่มีความผิด แต่กลับถูกโจโฉไล่กลับออกไป ตันก๋งจึงไปรับใช้เตียวเมา เจ้าเมืองตันลิวแทน ในขณะนั้นเองลิโป้ก็ลี้ภัยจากลิฉุยกุยกีมาอาศัยอยู่กับเตียวเมาจึงทำให้ตันก๋งและลิโป้ได้มาเจอกัน

ตันก๋งได้วางแผนให้ลิโป้หลายต่อหลายครั้ง และได้นำไฟที่เป็นพลังจักรวาลมาใช้เป็นครั้งแรกในสามก๊กทำให้โจโฉเกือบตาย แต่แผนของตั๋งก๋งไม่ได้สำเร็จผลเนื่องจากหลายต่อหลายครั้งที่ตันก๋งได้เสนอลิโป้ไปแต่ลิโป้กลับไม่ทำตาม ต่อมาลิโป้ได้ืเชื่อใจและวางใจตันกุ๋ยตันและตันเต๋งสองพ่อลูกที่เป็นไส้ศึกทำให้ลิโป้ต้องเสียเมืองจนต้องพ่ายแพ้ต่อโจโฉในที่สุด

ก่อนที่โจโฉจะประหารตันก๋ง โจโฉก็นึกคิดหวนกลับไปตอนที่ตันก๋งไว้ชีวิตโจโฉและละทิ้งตำแหน่งขุนนางมาร่วมอุดมการณ์กัน แต่ตันก๋งเมื่อถูกจับแล้วก็ไม่ยอมขอชีวิตต่อโจโฉ และเดินไปยังลานประหารอย่างองอาจ หลังจากตันก๋งถูกประหารแล้วก็สั่งทหารให้แต่งการศพตันก๋งอย่างสมเกียรติแล้วนำไปฝังอย่างธรรมเนียม และให้นำมารดาและภรรยาตันก๋งไปอาศัยอยูที่เมืองฮูโต๋

วันอังคารที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2555

ประวัติสามก๊ก หมอฮัวโต๋

ฮัวโต๋
ฮัวโต๋

ฮัวโต๋เป็นคนในยุคสามก๊ก เป็นชาวเมืองเจากุ๋น มีอาชีพเป็นแพทย์ หมอฮัวโต๋เป็นแพทย์ผู้มีฝีมือในการรักษาโรคอันยอดเยี่ยม วิธีการรักษาคนไข้ของหมอฮัวโต๋มีทั้งให้กินยาและผ่าตัด

ประวัติการรักษาคนไข้

ในสมัยที่ซุนเซ็กครองแคว้นกังตั๋ง จิวท่าย ทหารเอกของซุนเซ็กช่วยซุนกวนฝ่าวงล้อมของกลุ่มโจรป่า จิวท่ายพาซุนกวนฝ่าวงล้อมไปได้ แต่ตนเองต้องอาวุธโจรนับสิบกว่าแผล งีห้วนแนะนำหมอฮัวโต๋ให้มารักษาจิวท่าย ซุนเซ็กจึงได้เชิญหมอฮัวโต๋มารักษา ฮัวโต๋รักษาจิวท่ายแค่ 3 วัน แผลก็หายสนิท

ครั้งหนึ่ง กวนอูได้ยกทัพมาตีเมืองอ้วนเซียที่มีโจหยิน ทหารเอกโจโฉรักษาไว้อยู่ กวนอูถูกลูกเกาทัณฑ์อาบยาพิษของข้าศึกที่ไหล่ซ้ายจึงต้องถอนทัพกลับค่าย หมอฮัวโต๋ได้ข่าวจึงเดินทางมารักษา โดยการผ่าเนื้อที่ไหล่แล้วเอายาใส่ และเย็บเนื้อให้เป็นเหมือนเดิม โดยกวนอูไม่แสดงอาการเจ็บปวดให้เห็น กวนอูได้สรรเสริญว่าฮัวโต๋เป็นหมอเทวดา ฝ่ายฮัวโต๋ได้ชื่นชมกวนอูว่า เป็นคนไข้ที่อดทนต่อความเจ็บปวดได้ดี

บั้นปลายชีวิต เมื่อโจโฉป่วยเป็นโรคประสาท ปวดศีรษะอย่างรุนแรง ได้เชิญหมอฮัวโต๋มารักษา ฮัวโต๋บอกกับโจโฉว่าต้องผ่าศีรษะรักษาจึงจะหาย โจโฉโกรธหาว่าหมอฮัวโต๋สมรู้ร่วมคิดกับกวนอูคิดฆ่าตน จึงให้นำตัวไปขังไว้ จนหมอฮัวโต๋เสียชีวิตในคุกนั้นเอง

หมอฮัวโต๋
หมอฮัวโต๋
ตำราของหมอฮัวโต๋

ฮัวโต๋ได้แต่งตำราแพทย์ไว้เล่มหนึ่ง เผื่อว่าเมื่อตนสิ้นบุญ จะได้มีผู้สืบทอดวิชาการแพทย์

เมื่อฮัวโต๋ถูกโจโฉจับขังคุก มีผู้คุมชื่อหงออาย หงออายรู้ว่าฮัวโต๋เป็นหมอดีจึงได้ส่งข้าวปลาอาหารให้หมอฮัวโต๋มิได้ขาด ฮัวโต๋รู้คุณหงออายจึงเขียนจดหมายให้หงออายไปให้ภรรยาของฮัวโต๋ ให้นางนำตำราแพทย์ที่แต่งขึ้นมาให้หงออาย เมื่อหงออายได้ตำรา ฮัวโต๋ก็ได้สอนวิชาแพทย์ให้หงออายในคุกแล้วมอบตำรานั้นให้หงออาย ต่อมา ฮัวโต๋เสียชีวิตในคุก ภรรยาของหงออายเห็นว่าตำราแพทย์นั้นไร้ค่าจึงไปเผาเสีย หงออายเห็นเข้าจึงแย่งเอามาได้แค่ 2-3 แผ่น เป็นตำราตอนเป็ดตอนไก่ ตำราส่วนที่เหลือได้ถูกไฟเผาไหม้สิ้น

วันจันทร์ที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2555

ประวัติสามก๊ก กวนเป๋ง

ประวัติสามก๊ก กวนเป๋ง


สามก๊ก กวนเป๋ง

เป็นบุตรกวนเต๋ง และเป็นน้องชายของกวนเหล็ง ต่อมากวนเต๋งยกให้เป็น บุตรบุญธรรมกวนอู จึงติดตามกวนอูอยู่เสมอ ทั้งเมื่อยามสงบ และยามรบ มีฝีมือในการรบพอสมควร(ที่กวนเต๋งไม่ยกกวนเหล็งให้เพราะจะให้กวนเหล็งสืบสกุลของกวนเต๋งต่อไป) ตอนที่กวนอูเสียทีให้แก่ลกซุน ไม่เพียงแต่ถูกยึดเมืองเกงจิ๋ว แต่ยังถูกทหารฝ่ายง่อก๊ก ไล่ต้อนจนไปเข้าตาจนที่เมืองเป็กเสีย กวนอูและกวนเป๋งตัดสินใจฝ่าวงล้อมออกมา แต่ในที่สุดก็ถูกทหารฝ่ายง่อก๊กจับได้ และถูกซุนกวนสั่งประหารชีวิตพร้อมกันทั้งสองคน
สามก๊ก กวนเป๋ง
สามก๊ก กวนเป๋ง

ประวัติสามก๊ก ลิยู

ลิยู
ลิยู


ลิยู เป็นบุตรเขยตั๋งโต๊ะ ขณะเดียวกันก็เป็นกุนซือคนสำคัญของตั๋งโต๊ะอีกด้วย เป็นผู้วางแผนให้ตั๋งโต๊ะ ยกทัพ เข้าเมืองหลวง ตั๋งโต๊ะต้องการที่จะยก หองจูเหียบ ขึ้นครองราชย์ ลิยูจึงให้คำแนะนำ ว่า แผ่นดิยังไม่สงบ ขุนนาง ผู้ใหญ่ ก็ยังไม่มี ให้รีบทำ ให้พาขุนนาไปงกินโต๊ะที่สวนดอกไม้ ตำบล อุนเบงหุ้ย ถ้าขุนนางคนไหนคัดค้านก็ให้ ฆ่า เพื่อตั๊งโต๊ะจะได้มีอำนาจเพียงผู้เดียว

เมื่อตั๋งโต๊ะได้ประกาศว่า ตนเองจะปลด พระเจ้าเซ่าเต้ออกจากตำแหน่ง แล้วยกหองจูเหียบขึ้นมาแทนไม่มีใคร กล้าขัด ตั๊งโต๊ะ มีเพียงเต๊งหงวนเจ้าเมืองเตงจิ๋วเท่านั้น ที่ลุกขึ้นมาด่าตั๋งโต๊ะว่าเปนขบถ ตั๋งโต๊ะโกรธเป็นอันมากจึง ชักกระบี่ จะฆ่าเต๊งหงวนเสีย ลิยูเห็นว่าทหารคุ้มกันของตั๋งโต๊ะ คือ ลิโป้ มีรูปร่างสูงใหญ่เป็นอันมาก จึงห้าม ตั๋งโต๊ะว่า วันนี้ท่านทั้งปวง มากินเลี้ยง ขออย่าให้มีเรื่องเคืองใจกันเลย จากนั้นเต๊งหงวนก็ออกจากงานไป

วันต่อมา ได้้เกิดการปะทะกันขึ้น ระหว่างกองทัพของตั๋งโต๊ะ และ เต๊งหงวน ตั๋งโต๊ะได้เห็นฝีมือการรบของ ลิโป้ ผู้เป็นทหารเอกของเต๊งหงวน ก็มีความโปรดปรานในตัวลิโป้ อยากได้ลิโป้มาใช้งานเป็นอันมาก จึงปรึกษา กับนายทหาร ทั้งปวง ลิซก อาสาไปเกลี้ยกล่อมลิโป้ โดย ขอม้าเซ็กเธาว์ และเงินทองสิ่งของเป็นอันมาก ตั๋งโต๊ะปรึกษากับลิยู ลิยูจึงบอกว่า “ท่านคิดการใหญ่ ใยเสียดายแค่ม้าตัวเดียว้” ตั๊งโต๊ะเมื่อได้ฟังก็ยินดี จึงส่ง ลิซกไปพร้อมกับ ม้าเซ็กเธาว์และทรัพสมบัติเป็นอันมาก

เมื่ือตั๋งโต๊ะปลดพระเจ้าเซ่าเต้แล้ว ตั้งหองจูเหียบ ทรงพระนามว่า พระเจ้าเหี้ยนเต้แล้ว ได้สั่งขังหองจูเปียน (พระเจ้าเซ่าเต้) กับพระนางโฮเฮา และสั่งให้ลิยูพร้อมนายทหาร10คนไปสังหาร หองจูเปียน และพระนางโฮเฮา ลิยูได้ส่งจอกเหล้าให้หองจูเปียน และเมื่อ เห็นว่าหองจูเปียนไม่ยอมกิน จึงกรอกเหล้าพิษ และได้สั่งให้ทหาร มัดนางโฮเฮากับนางสนมจนตาย

ครั้นเมื่อ พันธมิตร18หัวเมือง ได้ฆ่าฮัวหยง และ 3พี่น้องสวนท้อได้สู้รบกับลิโป้แล้ว ตั๋งโต๊ะปรึกษากับลิยูว่าจะทำอย่างไร ลิยูได้ให้คำแนะนำว่า ให้ย้ายเมืองหลวง จากลกเอี๋ยงไปเตียงฮัน และ ได้แนะนำให้ปล้นชาวเมือง และขุดศพเชื้อพระวงศ์ นำสิ่งของมีค่า ไปด้วย... พร้อมทั้งแนะนำให้ฆ่าพรรคพวกของอ้วนเสี้ยวในเมืองหลวงด้วย ขณะที่กำลังจะย้ายนั้น ลิยูได้แนะนำตั๋งโต๊ะไห้ซุ่มกำลังคนไว้ที่ตีนเขาเพื่อป้องกันข้าศึกติดตามมาจู่โจม

เมื่อตั๋งโต๊ะถูกกลสาวงามของอองอุ้น ลิยูได้ให้คำแนะนำว่าให้ยกนางเตียวเสี้ยนให้ลิโป้เพื่อซื้อใจ ตั๋งโต๊ะไม่เชื่อฟัง ในที่สุด จึงถูกฆ่า โดยมือของลิโป้ ส่วนลิซก ก็นำกำลังคน ไปจับตัวบุตร และ ภรรยาของลิยู และตัวลิยู ประหาร

*เมื่อกองทัพ18หัวเมือง ยกทัพเข้าลกเอี๋ยงได้แล้ว ก็พบว่า ตั๋งโต๊ะ ได้ยกทัพหนีไปเมืองเตียงฮัน โจโฉเสนอให้ยกทัพติดตามไป แต่อ้วนเสี้ยว ผู้นำกองทัพ 18 หัวเมืองไม่เห็นด้วย โจโฉจึงนำกำลังของตน ไล่ติดตามกองทัพตั๋งโต๊ะไปแต่เพียงผู้เดียว แต่สุดท้ายก็แตกพ่ายให้กับทหารที่ลิยูซุ่มเอาไว้ เพราะคาดการณ์ออกว่ากองทัพพันธมิตรจะต้องติดตามมา

ประวัติสามก๊ก โตเกี๋ยม กงจู่

โตเกี๋ยม กงจู่

โตเกี๋ยมมีชื่อรองว่ากงจู่ (Gongzhu) เป็นเจ้าเมืองชีจิ๋ว เป็นคนมีจิตใจอ่อนโยน 

เมื่อครั้งที่โจโฉได้เป็นใหญ่หลังจากที่ตั๊งโต๊ะถึงกาลอวสานแล้ว ได้เชิญให้โจโก๋ (Cao Song- เฉาซง ) ผู้เป็นบิดาเข้ามาอาศัยอยู่กับตน ขณะที่ขบวนรถของโจโก๋ผ่านเมืองชีจิ๋วนั้น โตเกี๋ยมจึงออกไปคารวะ จัดงานเลี้ยงต้อนรับอย่างดี และยังให้เตียวคี (Zhang Kai- จางไข่ ) นำทหารห้าร้อยคนคุ้มกันไปส่งด้วย แต่เตียวคีและทหารห้าร้อยคนของโตเกี๋ยมนั้น เป็นโจรโพกผ้าเหลืองเก่ามาก่อน เห็นว่าโจโก๋มีทรัพย์สมบัติมาด้วยเป็นจำนวนมาก จึงวางแผนบุกฆ่าโจโก๋และครอบครัวเสียสิ้น แล้วขนสมบัติหนีไป พอโจโฉรู้เข้า ก็เกิดความแค้นใจยิ่งนัก นำทัพใหญ่หมายจะเข้าตีชีจิ๋วให้ราบ และเนื่องจากโตเกี๋ยมนั้นไม่มีขุนศึกดีๆมีแต่ขุนนางฝ่ายบุ๋น ทำให้โจโฉยกทัพมาถึงชีจิ๋วได้อย่างง่ายดาย

โตเกี๋ยม กงจู่
โตเกี๋ยม กงจู่
โตเกี๋ยมจึงปรึกษากับขุนนางว่าจะไปมอบตัว ให้โจโฉฆ่าเสียคนเดียวเพื่อไม่ให้ราษฎรเดือดร้อน แต่บิต๊ก (Mi Zhu- หมีจู ) ได้ไปขอกำลังจากขงหยง (Kong Rong- ข่งหยง ) และเล่าปี่มาช่วย โดยเล่าปี่ในขณะนั้นเพิ่งเสร็จศึกจากการช่วยเหลือขงหยงป้องกันเมืองเป้ยไฮ่ (Bei Hai) ของขงหยงซึ่งถูกพวกโจรโพกผ้าเหลืองล้อมเมืองไว้โดยเล่าปี่เขียนจดหมายถึงโจโฉพร้อมกับส่งเตียวหุยไปเจรจาสงบศึกกับโจโฉแต่ยังไม่ทันที่โจโฉจะได้รบขั้นแตกหักกับฝ่ายโตเกี๋ยม ลิโป้ก็เข้าตีฐานทัพของโจโฉที่เมืองกุนจิ๋วซึ่งโจหยิน (Cao Ren- เฉาเหยิน ) รักษาอยู่และกำลังเพลี่ยงพล้ำ ทำให้โจโฉต้องถอนทัพกลับ

โตเกี๋ยมเห็นว่าเล่าปี่คนเป็นมีคุณรรมและมีความสามารถ  จึงเชิญเล่าปี่เป็นเจ้าเมืองแทนตน แต่เล่าปี่ไม่รับ จนกระทั่งวันหนึ่งโตเกี๋ยมเกิดป่วยหนักมาก จึงขอร้องให้เล่าปี่รับเป็นเจ้าเมืองแทนตน แล้วก็สิ้นใจ เมื่ออายุได้ 62 ปี

โตเกี๊ยมมีลูกชายสองคนคือ โตเอ๋งกับอีกคนนึงไม่ทราบชื่อ แต่ไม่มีบทบาทอะไรในประวัติศาสตร์เลยแม้แต่นิดเดียว

วันอาทิตย์ที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2555

ประวัติสามก๊ก เทียเภา เต๋อะโหมว


เทียเภา เต๋อะโหมว
เทียเภา เต๋อะโหมว

เทียเภา ชื่อรอง เต๋อะโหมว (Demou) เป็นชาวเมืองถู่อิ๋นในอิ๋วเป่ยผิง เขาเริ่มรับราชการเป็นขุนนางสังกัดเจ้าเมืองนั้น เป็นคนที่ฉลาดหลักแหลมเชี่ยวชาญกลยุทธต่าง ๆ เมื่อเขาติดตามรับใช้ซุนเกี๋ยน Yuzhaเขาร่วมต่อสู้เคียงข้างซุนเกี๋ยนไม่ว่าจะเป็นการรบกับโจรผ้าเหลือง หรือศึกที่ชนะตั๋งโต๊ะ เทียเภาเป็นแม่ทัพที่มักจะร่วมสู้รบกลางสมรภูมิด้วยเสมอ จนร่างกายของเขาเต็มไปด้วยแผลเป็นมากมาย

เมื่อซุนเกี๋ยนตาย เทียเภาไปที่ Huainan ติดตามรับใช้ซุนเซ็ก หลังจากซุนเซ็กชนะศึกที่โลกั๋ง เทียเภาก็ติดตามซุนเซ็กในการศึกตะวันออก เมื่อซุนเซ็กทำสงครามกับหัวเมืองต่าง ๆ สร้างรากฐานอำนาจในง่อ เทียเภามีส่วนร่วมในการศึกทุกครั้งและมีความดีความชอบมากมาย ซุนเซ็กตั้งให้เขามีอำนาจควบคุมทหารในสังกัดกว่าสองพันคนและทหารม้าห้าสิบคน เมื่อซุนเซ็กเข้ายึดครองเมืองห้อยแข เขาแต่งตั้งเทียเภาให้เป็นแม่ทัพควบคุมกองทัพในเมืองง่อและให้ดูแลเมือง Qiantang หลังจากนั้นก็ได้รับการแต่งตั้งเป็นเจ้าเมืองตันเอี๋ยง ในระหว่างครองอำนาจนั้นเทียเภาได้ทำการปราบปรามโจรผู้ร้ายต่าง ๆ ในหลายท้องที่

ในการศึกครั้งหนึ่งของซุนเซ็กกับ Zu lang ซุนเซ็กถูกรอบล้อมไปด้วยข้าศึก เทียเภาฝ่าวงล้อมเข้าป้องกันซุนเซ็ก เทียเภาควบม้าพร้อมร้องตะโกน ใช้หอกไล่แทงศัตรู จนศัตรูที่รุมล้อมซุนเซ็กล่าถอยไป ความดีความชอบในการช่วยเหลือซุนเซ็กทำให้เขาได้รับตำแหน่งแม่ทัพผู้ปราบปรามโจรผู้ร้าย และตำแหน่งเจ้าเมืองเลงเหลง หลังจากนั้นเทียเภาร่วมในการศึกสู้กับ Liu Xun ที่ Xunyang และการโจมตีหองจอที่ Shaxian

เมื่อซุนเซ็กตาย เทียเภาช่วยเหลือซุนกวนในการปกครองดินแดนง่อร่วมกับเตียวเจียวและขุนนางคนอื่น ตรวจตราลาดตระเวนสามหัวเมืองใหญ่เพื่อปราบปรามเหล่ากบฏ หลังจากนั้นก็ช่วยเหลือซุนกวนในการโจมตีกังแฮ และเมืองอิเจี๋ยง หลังจากยึดครองเมือง Le’an เขาก็ได้ตำแหน่งของไทสูจู้ และกลายเป็นแม่ทัพใหญ่ฝ่ายซ้ายร่วมกับจิวยี่แม่ทัพใหญ่ฝ่ายขวา หลังจากเอาชนะโจโฉในศึกเซ็กเพ็ก เทียเภายกทัพไปตีลำกุ๋น ทำให้ทัพของโจหยินต้องล่าถอยไป ทำให้ได้รับตำแหน่งเป็นเจ้าเมืองกังแฮและ Shaxian ได้รับเบี้ยหวัดจากหัวเมืองถึงสี่หัวเมือง

ในบรรดาแม่ทัพทั้งหมดของซุนเกี๋ยน เทียเภาอายุมากที่สุด และผู้คนต่างพาคนเรียกเขาว่า ใต้เท้าเทีย เทียเภาเป็นคนจิตใจดีและนิยมชมชอบการคบหากับบรรดาบัณฑิตทั้งหมาย เมื่อจิวยี่เสียชีวิต เทียเภาได้สืบทอดตำแหน่งจิวยี่รวมทั้งตำแหน่งเจ้าเมือง Nanjun เมื่อซุนกวนแบ่งเกงจิ๋วกับเล่าปี่ เทียเภาจึงกลับมาเป็นเจ้าเมืองกังแฮตามเดิมและได้รับตำแหน่งนายพลผู้ปราบปรามอาชญากร เขาตายหลังจากนั้นไม่นาน หลังจากที่ซุนกวนประกาศตัวเป็นฮ่องเต้ เขาทำการสดุดีความดีความชอบในอดีตของเทียเภาและแต่งตั้งลูกชายเทียเภา Cheng Zi เป็น Marquis

ประวัติสามก๊ก ฮันต๋ง

ฮันต๋ง (อังกฤษ: Han Dang; จีนตัวเต็ม: 韓當; จีนตัวย่อ: 韩当; พินอิน: Hàn Dăng) เป็นตัวละครในวรรณกรรมจีนอิงประวัติศาสตร์เรื่องสามก๊กที่มีตัวตนจริงในประวัติศาสตร์ยุคสามก๊ก ขุนพลแห่งง่อก๊ก รับใช้ตระกูลซุนตั้งแต่รุ่นซุนเกี๋ยน ซุนเซ็ก ถึงซุนกวน เข้ารับราชการกับซุนเกี๋ยนในเวลาไล่เลี่ยกับเทียเภาและอุยกาย มีความสามารถในการรบ ทำศึกมีความชอบหลายครั้ง รวมถึงการมีบทบาทในศึกผาแดงอีกด้วย

ฮันต๋ง สามก๊ก

ประวัติสามก๊ก เตงฮอง




เตงฮอง (Ding Feng) เป็นแม่ทัพแห่งง่อก๊ก ชาวเมืองโลกั๋ง มักจะได้รับมอบหมายงานพร้อมกับชีเซ่ง เช่นในตอนที่จิวยี่สั่งให้ไปฆ่าขงเบ้ง(แต่ไม่สำเร็จ) และในตอนที่สกัดขบวนของเล่าปี่และซุนฮูหยินที่ยกกลับเกงจิ๋ว (แต่ไม่สำเร็จเพราะไม่กล้าสังหารซุนฮูหยิน)

สมัยยังหนุ่มเขามีชื่อเสียงจากการต่อสู้ในกองทัพอยู่เรื่อย ๆ ว่าเป็นคนที่กล้าหาญที่สุดในกองทัพ เตงฮองมีความดีความชอบมากมายในศึกหลายครั้ง ครั้งสำคัญที่สุดคือการต่อต้านการโจมตีของ จูกัดเอี๋ยนแห่งวุยก๊ก หลังจากซุนฮิวขึ้นเป็นฮ่องเต้ต่อจากซุนเหลียง เตงฮองได้ช่วยซุนฮิวสังหารซุนหลิม ผู้สำเร็จราชการที่คุกคามฮ่องเต้ ทำให้เขาได้รับตำแหน่งแม่ทัพใหญ่
ภาพวาดเตงฮอง สมัยราชวงศ์ชิง 

ประวัติสามก๊ก อุยกาย


อุยกาย
อุยกาย


อุยกาย (อังกฤษ: Huang Gai; จีนตัวเต็ม: 黄盖; จีนตัวย่อ: 黄盖; พินอิน: Huáng Gài; เวด-ไจลส์: Huang Kai) เป็นตัวละครในวรรณกรรมจีนอิงประวัติศาสตร์เรื่องสามก๊กที่มีตัวตนจริงในประวัติศาสตร์ยุคสามก๊ก ขุนพลแห่งง่อก๊ก ชื่อรองกงฟู่ (จีน: 公覆) รับใช้ตระกูลซุนถึง 3 สมัย ตั้งแต่สมัยของซุนเกี๋ยนแต่ครั้งศึกโจรโพกผ้าเหลือง ซุนเซ็กในสมัยศึกปราบตั๋งโต๊ะและศึกปราบลิโป้ และซุนกวนในศึกเซ็กเพ็ก

ในศึกเซ็กเพ็ก โจโฉยกทัพกว่าร้อยหมื่นมาบุกกังตั๋ง เมื่อขงเบ้งเดินทางมาถึงกังตั๋ง ขณะถูกที่ปรึกษาที่นำโดยเตียวเจียวรุมถามด้วยคำถามที่ต้องการเยาะเย้ยมากมาย อุยกายปรากฏตัวขึ้นมาขวางพร้อมกล่าวว่า ขงเบ้งเป็นยอดอัจฉริยะแห่งยุค ไม่ต้องตอบคำถามคนโง่งมเหล่านี้ จะพาขงเบ้งไปหาซุนกวนโดยตรง อุยกายเห็นจิวยี่มีความหนักใจในการศึกครั้งนี้ จึงอาสาตนให้จิวยี่โบยตีกลางที่ประชุมทัพจนสาหัสหนัก ขงเบ้งเป็นผู้เดียวที่ล่วงรู้ทันแผนการนี้ ถึงกับเอ่ยปากว่า "กังตั๋งมียอดขุนพลเช่นนี้ มีหรือทัพโจโฉจะไม่แตก" ซึ่งก็เป็นดังคำของขงเบ้งในศึกเซ็กเพ็กโจโฉพ่ายแพ้อย่างย่อยยับ

ประวัติสามก๊ก อิกิ๋ม


อิกิ๋ม สามก๊ก
อิกิ๋ม สามก๊ก

อิกิ๋ม (Yu Jin) เป็นขุนพลคนสำคัญของโจโฉ มีความซื่อสัตย์จงรักภักดี เคร่งครัดในระเบียบวินัย แต่มักอิจฉาผู้อื่นที่ทำงานเกินหน้าเกินตา อิกิ๋มเดิมเป็นโจร ต่อมาเมื่อโจโฉคิดตั้งตัวเป็นใหญ่ในดินแดนภาคตะวันออก โจโฉได้ค้นหาเหล่าที่ปรึกษาและเหล่าขุนพลมาร่วมงาน อิกิ๋มก็เป็นหนึ่งในขุนพลเหล่านั้น

เมื่อโจโฉถูกกองทัพของเตียวสิ้วตีแตก แฮหัวตุ้นแม่ทัพคนหนึ่งของโจโฉได้นำทหารไปปล้นเสบียงชาวบ้าน อิกิ๋มเห็นทนไม่ได้จึงสังหารทหารของแฮหัวตุ้นไปมากมาย จึงทำให้เกิดข่าวลือว่าอิกิ๋มทรยศต่อโจโฉ แต่อิกิ๋มยังไม่เข้าชี้แจงความจริงต่อโจโฉ เพราะต้องไปต้านทัพเตียวสิ้วที่ยกตามมา และสามารถตีทัพเตียวสิ้วให้ถอยไปได้ และเข้าชี้แจงความจริงต่อโจโฉ โจโฉชื่นชมอิกิ๋มว่าเป็นผู้รอบคอบและซื่อสัตย์ต่อหน้าที่ ส่วนแฮหัวตุ้น โจโฉได้ละเว้นโทษให้

อิกิ๋มเป็นขุนพลที่โจโฉไว้ใจมาก ใช้ให้ไปร่วมทำศึกหลายครั้ง และเป็นผู้สังหารเล่าจ๋องและนางชัวฮูหยินตามคำสั่งของโจโฉ ต่อมาโจโฉตั้งให้อิกิ๋มเป็นแม่ทัพใหญ่คุมทัพไปช่วยสลายวงล้อมของกวนอูที่เมืองอ้วนเซียที่มีโจหยินรักษาเมืองอยู่ และให้บังเต๊กเป็นแม่ทัพหน้า บังเต๊กรบกับกวนอูได้อย่างสูสี ทำให้อิกิ๋มคิดว่าถ้าบังเต๊กสังหารกวรอูได้ ความชอบก็จะตกที่บังเต๊กผู้เดียว จึงตีม้าล่อถอยทัพทุกครั้งที่บังเต๊กได้เปรียบ ต่อมา อิกิ๋มไปตั้งทัพที่ทุ่งจันเค้า ด้วยลักษณะภูมิประเทศที่ถูกโจมตีได้ง่าย กวนอูจึงสร้างเขื่อนรอให้น้ำหลากแล้วจึงพังเขื่อนให้น้ำท่วมกองทัพของอิกิ๋ม อิกิ๋มถูกกวนอูจับได้แล้วถูกนำไปขังที่เกงจิ๋ว เมื่อซุนกวนยึดเกงจิ๋วได้จึงปล่อยตัวกลับไปวุยก๊ก โจผี(บุตรชายของโจโฉ) ได้ให้วาดรูปอิกิ๋มรอขอชีวิตต่อกวนอูไว้ที่ผนังที่ฝังศพของโจโฉ และให้อิกิ๋มเฝ้าที่ฝังศพนั้น อิกิ๋มมีความละอาย ไม่นานก็ตรอมใจตาย

ห้าทหารเสือสามก๊ก

ห้าทหารเสือเป็นตำแหน่งเรียกขานขุนศึกผู้มีฝีมือเก่งกาจ เป็นที่เลื่องลือกล่าวขานทั่วทั้งแผ่นดินในวรรณกรรมจีนอิงประวัติศาสตร์เรื่องสามก๊ก ซึ่งโดยทั่วไปเราจะรู้จัก ห้าทหารเสือแห่งจ๊กก๊กเป็นอย่างดี เนื่องจากเป็นตัวละครสำคัญ และมีบทบาทมาก แต่แท้จริงแล้วตำแหน่งห้าทหารเสือนั้น มีกันครบทุกก๊ก เรามาดูกันครับว่าใครเป็นใครกันบ้าง

ห้าทหารเสือแห่งจ๊กก๊ก (เล่าปี่)

ห้าทหารเสือแห่งจ๊กก๊ก

ห้าทหารเสือแห่งจ๊กก๊ก ประกอบด้วย กวนอู เตียวหุย จูล่ง ม้าเฉียว และ ฮองตง

      ห้าทหารเสือแห่งจ๊กก๊ก หรือห้าขุนพลพยัคฆ์ จำนวน 5 คนของพระเจ้าเล่าปี่ในสมัยยุคสามก๊ก ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นทหารเสือที่เอก ภายหลังจากเล่าปี่ครองเมืองเสฉวนและสถาปนาตนเองขึ้นเป็นพระเจ้าฮันต๋งแห่งแคว๊นจ๊ก ห้าทหารเสือที่ได้รับการแต่งตั้งได้แก่
  • กวนอู และ เตียวหุย สองพี่น้องร่วมคำสาบานในสวนท้อของ เล่าปี่ อดีตสองทหารม้าถือเกาฑัณฑ์ระวังภัยและทหารคนสนิทของเล่าปี่ ออกติดตามเล่าปี่จากเมืองตุ้นกวน ร่วมทำศึกครามกับเล่าปี่มาโดยตลอด มีฝีมือเพลงง้าวและเพลงทวนที่เก่งกาจจนเป็นที่เลื่องลือไปทั่วแผ่นดิน
  • จูล่ง ขุนศึกเกราะสีเงินและม้าสีขาว มีฝีมือเพลงทวนที่เก่งกาจในเชิงรบ เดิมทีจูล่งอยู่ภายใต้การบังคับบัญชาของกองซุนจ้าน ภายหลังจากกองซุนจ้านเสียชีวิต จูล่งถูกอ้วนเสี้ยวเกลี้ยกล่อมให้ยอมสวามิภักดิ์ แต่กลับปฏิเสธและออกติดตามค้นหาเล่าปี่เพื่อสวามิภักดิ์
  • ม้าเฉียว ขุนศึกหน้าหยกเชื้อสายขุนนางเก่า มีฝีมือเพลงทวนเก่งกาจเป็นที่เลื่องลือ เคยทำศึกรบกับเตียวหุยร้อยกว่าเพลงยังไม่รู้ผลแพ้ชนะกัน ภายหลังถูกขงเบ้งใช้อุบายให้ผิดใจกับเตียวฬ่อและเกลี้ยกล่อมจนยอมสภามิภักดิ์ต่อเล่าปี่พร้อมม้าต้าย
  • ฮองตง ขุนศึกผู้เฒ่าชราอดีตเสาหลักแห่งเมืองเตียงสา มีฝีมือเพลงง้าวและฝีมือการยิงเกาฑัณฑ์เป็นเยี่ยม เคยทำศึกรบกับกวนอูและพ่ายแพ้จนเสียเมืองเตียงสา ภายหลังได้ยอมสวามิภักดิ์ต่อเล่าปี่หลังจากเล่าปี่ ขงเบ้งและกวนอูมาเชิญฮองตงด้วยตนเอง ฮองตงมีความดีความชอบในการทำศึกสงครามหลายต่อหลายครั้งเช่น สังหารแฮหัวเอี๋ยน เป็นต้น

ห้าทหารเสือแห่งวุยก๊ก (โจโฉ)

ห้าทหารเสือแห่งวุยก๊ก

ห้าทหารเสือแห่งวุยก๊ก ประกอบด้วย เตียวเลี้ยว ซิหลง เตียวคับ งักจิ้น และ อิกิ๋ม

     ห้าทหารเสือแห่งวุยก๊ก จำนวน 5 คนได้รับการแต่งตั้งให้เป็นทหารเสือภายหลังจากโจโฉสถาปนาตนเองขึ้นเป็นวุยอ๋องแห่งวุยก๊ก ห้าทหารเสือที่ได้รับการแต่งตั้งได้แก่
  • เตียวเลี้ยว อดีตยอดขุนพลและทหารคนสนิทของตั๋งโต๊ะและลิโป้ต่อ มาเมื่อโจโฉสามารถเอาชนะลิโป้ได้สำเร็จเตียวเลี้ยวก็มาสวามิภักดิ์ต่อโจโฉ และรับใช้วุยก๊กอย่างแข็งขัน,ซื่อสัตย์,สุจริตและจงรักภักดีเรื่อยมา
  • ซิหลง นายพลผู้รับใช้โจโฉและผู้สืบทอดอำนาจต่อจากเขาคือพระเจ้าโจผีเพราะการรบแบบยาวนานถึง80เพลงกับกวนอูในศึกอ้วนเซียจนทำให้กวนอูต้องล่าถอยจึงทำให้เขาได้เลื่อนยศจากนายพันขึ้นเป็นนายพลในที่สุด
  • เตียวคับ อดีตยอดขุนพลและทหารเอกของอ้วนเสี้ยวมาสวามิภักดิ์กับโจโฉระหว่างศึกกัวต๋อเป็นแม่ทัพที่มีฝีมือแต่ก็ต้องตายเพราะอุบายของขงเบ้งในระหว่างขงเบ้งบุกยึดเขากิสาน
  • งักจิ้น ขุนพลร่างเตี้ยของโจโฉ มีความกล้าหาญ เก่งกาจในเชิงยุทธ์ออกรบพร้อมกับโจโฉหลายครั้งจนได้ดำรงตำแหน่งสูงสุดในชีวิตคือนายพล
  • อิกิ๋ม ขุนพลคนสำคัญของโจโฉเคร่งครัดในระเบียบวินัยอิจฉาผู้อื่นเมื่อทำได้ดีกว่าตน ได้เป็นแม่ทัพใหญ่ในหลายๆคราติดตามโจโฉออกรบทุกครั้งเมื่อคราวศึกอ้วนเซีย โดนกวนอูจับได้นำไปขังที่เกงจิ๋วต่อมาซุนกวน ได้เข้ายึดเกงจิ๋วคืนจากจ๊กก๊กก็ได้ปล่อยตัวกลับวุยก๊กไปซึ่งตอนนั้นโจโฉได้ สิ้นชีวิตไปแล้วพระเจ้าโจผีจึงได้เขียนรูปอิกิ๋มอ้อนวอนขอชีวิตจากกวนอูและ ให้ติดที่กำแพงหลุมศพของโจโฉพร้อมกับให้อิกิ๋มไปเฝ้าหลุมศพของโจโฉอิกิ๋ม ละอายใจ จึงตรอมใจตายที่หลุมศพของโจโฉนั่นเอง

ห้าทหารเสือแห่งง่อก๊ก (ซุนกวน)

ห้าทหารเสือแห่งง่อก๊ก

ห้าทหารเสือแห่งง่อก๊ก ประกอบด้วย อุยกาย เตงฮอง ฮันต๋ง เทียเภา และ จูตี

     ห้าทหารเสือแห่งง่อก๊ก เป็นกลุ่มห้าทหารเสือที่มีบทบาทน้อยที่สุดเมื่อเทียบกับห้าทหารเสือของจ๊กก๊กและวุยก๊ก แต่แ้ท้จริงแล้วห้าทหารเสือของง่อก๊กก็มีบทบาทและความสามารถมากในการพัฒนาบ้านเมืองของตน ห้าทหารเสือแห่งง่อก๊ก ได้แก่ อุยกาย เตงฮอง ฮันต๋ง เทียเภา และ จูตี
  • อุยกาย เป็นหนึ่งในแม่ทัพของง่อก๊กที่รับใช้แซ่ซุนแห่งกังตั๋งถึง3สมัยคือตั้งแต่ซุนเกี๋ยน ซุนเซ็กและซุนกวนโดยอุยกายเป็นผู้จุดไฟเผาเรือของโจโฉในศึกผาแดงเมื่อค.ศ.208(พ.ศ. 751)
  • เตงฮอง เป็นแม่ทัพที่มีความกล้าหาญ ได้รับความความดีความชอบมากมายจนได้เป็นแม่ทัพใหญ่ในรัชสมัยพระเจ้าซุนฮิวเนื่องจากได้ช่วยพระเจ้าซุนฮิวประหารซุนหลิมผู้สำเร็จราชการ
  • ฮันต๋ง เป็นขุนพลแห่งง่อก๊ก รับใช้ตระกูลซุนตั้งแต่รุ่นซุนเกี๋ยน ซุนเซ็ก ถึงซุนกวน เข้ารับราชการกับซุนเกี๋ยนในเวลาไล่เลี่ยกับเทียเภาและอุยกาย มีความสามารถในการรบ ทำศึกมีความชอบหลายครั้ง รวมถึงการมีบทบาทในศึกผาแดงอีกด้วย
  • เทียเภา เป็นทหารเอกของซุนเกี๋ยน หลังจากซุนเกี๋ยนตาย ก็รับใช้ซุนเซ็กต่อ ช่วยซุนเซ็กในการยึดดินแดนง่อ มีผลงานในการรบมากมาย และมีนิสัยดีงาม
  • จูตี เป็นชาวกู้จัง เมืองตังหยัง มณฑลเจียงซู มีชื่อรองว่า จวินหลี่ เป็นเศรษฐีมีทรัพย์ แต่เป็นคนเสงี่ยมเจียมตัว มีความโอบอ้อมอารี เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่แก่เพื่อนบ้าน มีความรู้ความคิดดี เป็น ที่ปรึกษาของซุนเกี๋ยน เจ้าเมืองเตียงสา ช่วยเหลือกันตลอดมา เมื่อสิ้นบุญซุนเกี๋ยนแล้ว จูตีได้ให้ ความช่วยเหลือชี้ช่องทางต่างๆ จนซุนเซ็กตั้งตัวเป็นใหญ่ได้ในกังตั๋ง จึงได้รับแต่งตั้งเป็นขุนนางชั้น พระยา มีนามบรรดาศักดิ์ขึ้นว่า กู้จังโหวและได้รับยศทหารเป็น อันโก้วะเจียงจวิน ( นายพลผู้สร้าง สันติแก่ประเทศ ) ตายเมื่ออายุ 69 ปี

ขอบคุณข้อมูลจาก samkok.911mb.com

ประวัติสามก๊ก งักจิ้น เหวินเฉียน


สามก๊ก งักจิ้น เหวินเฉียน
สามก๊ก งักจิ้น เหวินเฉียน

งักจิ้น ชื่อรอง เหวินเฉียน เกิดที่ตำบล เอียงผิง ในรัฐเว่ย (ปัจจุบันคือ เมืองชิงเฟิง ในมณฑลเหอหนาน) งักจิ้นเป็นคนที่มีรูปร่างเตี้ยและตัวเล็ก แม้จะมีจุดด้อยที่ร่างกายแต่จิตใจของเขากลับห้าวหาญยิ่งนัก รายละเอียดของชีวิตในตอนต้นนั้นไม่ปรากฏ มีกล่าวถึงก็ในตอนที่เขาได้เข้าร่วมกับกองทัพของโจโฉในตำแหน่งนายทหารชั้นผู้น้อย และเขาได้รับมอบหมายให้กลับไปรวบรวมคนที่บ้านเกิดให้มาเข้าร่วมกองทัพโจโฉ ซึ่งเขาสามารถเกณฑ์คนมาได้กว่าพันคน ดังนั้นงักจิ้นจึงถูกเลื่อนขั้นเป็นนายทหารระดับนายพัน (จวินเจียซือหม่า) และได้รับตำแหน่งเป็นผู้บังคับบัญชากองพัน (เซียนเแินตู้เว่ย) ในกาลต่อมา งักจิ้นก็ฉายแววโดดเด่นในหลายๆสมรภูมิ เช่น ศึกลิโป้ ที่เมืองปักเอี๊ยง , ศึกเตียวเจี๋ยว (น้องเตียวเมา) ที่เมือง หยงฉิว และ ศึกเตียวเสง ที่เมือง ขู่ จนได้รับพระราชทานศักดินาเป็นพระยาแห่งเมืองกวงฉาง หลังจากนั้น งักจิ้น ได้เข้าร่วมรบในศึกกับ เตียวสิ้ว ที่เมือง อันต๋ง , ลิโป้ ที่เมืองแห้ฝือ (เมืองที่มั่นสุดท้ายของลิโป้ ในศึกนั้นงักจิ้นได้สังหารขุนพลของลิโป้หลายคน) , ซุยกู่ ที่เมือง เชอฉวน , เล่าปี่ ที่เมืองเสียวพ่าย ที่อ้างมาทั้งหมดนี้เป็นศึกที่ได้รับชัยชนะทั้งสิ้น ทำให้งักจิ้นถูกเลื่อนยศเป็นทหารระดับชั้นพันเอก (จี้โข่วเสียวเว่ย : นายพันปราบโจร) ต่อมา งักจิ้นได้นำทัพข้ามแม่น้ำไปโจมตี เฮาเจี๋ย แต่ถูกเรียกตัวกลับภายหลัง

ต่อมางักจิ้นก็เข้าร่วมศึกยุทธการกัวต๋อ (เรียกรวมจากการรบที่ท่าข้ามแปะแบ๊ , ท่าข้ามเอี๋ยน และที่ราบกัวต๋อ เป็นยุทธการกัวต๋อ ซึ่งเป็นการรบระหว่างโจโฉและอ้วนเสี้ยว เพื่อชิงความเป็นใหญ่ในพื้นที่แถบแม่น้ำฮวงโห) งักจิ้นได้ทำการรบอย่างกล้าหาญ และได้สังหาร ฉุนอิเขง (ผู้คุมเสบียงหลักที่อัวเจ๋า ในครั้งนั้น โจโฉได้นำทหาร 5,000 นาย แต่งเป็นทัพกองโจร เข้าโจมตีคลังเสบียงที่อัวเจ๋า ในตอนกลางคืน) หลังสมรภูมิกัวต๋อ งักจิ้น มีส่วนร่วมในการติดตามโจมตี อ้วนถำและอ้วนซง (ทายาทของอ้วนเสี้ยว) ที่เมือง ลิหยาง ที่นั่น งักจิ้นได้สังหารนายพลเอก หยานจิ้ง ด้วยเหตุนี้ เขาจึงได้รับยศ นายพลกองโจร (โหย่วจี้เจียงจวิน) หลังจากนั้นงักจิ้นได้นำทัพไปโจมตีโจรโพกผ้าเหลืองที่เหลืออยู่ จนปราบได้ราบคาบและอยู่รักษาความสงบที่เมือง เยว่อัน ระยะหนึ่ง และในศึกโจมตีเมือง เย่ งักจิ้นได้เข้าร่วมด้วย จนสามารถทลายทัพอ้วนถำที่เมือง ลำพี โดยที่งักจิ้นเป็นคนแรกของทัพโจโฉที่ก้าวผ่านประตู(ทิศตะวันออก)ของเมือง หลังศึกครั้งนั้น งักจิ้นก็ไปปราบกบฏ หยงหนู และเป็นฝ่ายชนะอีกครา 

เจี้ยนอันศก (แปลว่า เริ่มต้นความสงบสุข) ปีที่11 (ตรงกับค.ศ. 206) โจโฉได้กล่าวสรรเสริญ งักจิ้น , อิกิ๋ม และ เตียวเลี้ยว ต่อหน้าพระพักตร์พระเจ้าเหี้ยนเต้ โดยโจโฉได้กล่าวถึงคนทั้งสามว่า “เชี่ยวชาญทั้งวิทยายุทธ และ พิชัยยุทธ มีความจงรักภักดีสูง และเคร่งครัดต่อวินัยในกองทัพ พวกเขาจะอยู่แนวหน้าเสมอในทุกๆ สมรภูมิ อีกทั้งมีความพยายามต่อสู้ฝ่าฟันเพื่อทลายเครื่องกีดขวาง และการต่อต้านแข็งขืนทั้งหลาย เมื่อพวกเขาถูกส่งไปรบ ในฐานะของผู้บังคับบัญชา พวกเขาได้สร้างความสามัคคีเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันในกองทัพ (ที่มาจากคนหลายท้องที่) พวกเขาไม่เคยฝ่าฝืนคำสั่ง และยังสามารถดำเนินการตัดสินใจกระทำการได้ทันท่วงทีในยามที่ต้องเผชิญหน้ากับข้าศึก โดยก่อให้เกิดความสูญเสียน้อยที่สุด ดังนั้น ความดีความชอบของพวกเขา (จากบันทึกหลวง) ก็ควรได้รับการตบรางวัลให้สมแก่เหตุ” จึงมีรับสั่งแต่งตั้ง อิกิ๋มเป็น หูเว่ยเจียงจวิน (หู่เหวยเจียงจวิน : นายพลพยัคฆ์หาญ) งักจิ้นเป็น เจอจงเจียงจวิน เตียวเลี้ยวเป็น ตังโข่วเจียงจวิน

ต่อจากนั้น งักจิ้นได้รับคำสั่งให้ไปโจมตี โกกัน (หลานอ้วนเสี้ยว) ซึ่งงักจิ้นได้นำทหารตัดทางลัดไปโผล่ด้านหลังค่ายของ โกกัน ทำให้ทัพ โกกัน ต้องถอยร่นไปปักหลักป้องกันที่ ด่านพยัคฆ์ (โกกัน ตายในที่รบหลังจากนั้น) ก่อนหน้าที่แนวป้องกันของ โกกัน จะทลายลง งักจิ้นได้นำทัพไปสมทบกับกองทัพหลวง (ที่โจโฉนำทัพมาด้วยตัวเอง) วัตถุประสงค์เพื่อ โจมตี กวงเฉิง และ จวินฉุนยู่ งักจิ้นกับลิเตียนได้รับคำสั่งให้เข้าโจมตีทัพทั้งสองนี้ จน กวงเฉิงพ่ายแพ้ ต้องหลบหนีไปกบดานตามเกาะ ศึกครั้งนั้นได้นำความสงบสุขมาสู่พื้นที่แถบชายฝั่งทางตะวันออกเฉียงเหนือ 

ในระหว่างที่ โจโฉ ยังไม่ได้ครอบครองพื้นที่แคว้นเกงจิ๋ว งักจิ้นได้ถูกส่งไปประจำการที่เมือง หยางตี้ และในตอนที่โจโฉ ยึกพื้นที่เกงจิ๋วได้แล้ว งักจิ้นได้ถูกย้ายไปประจำการที่เซียงเอี๊ยง ที่เซียงเอี๋ยง งักจิ้นได้โจมตีทัพกวนอู และโซหุย จนล่าถอยไป ในกาลนั้นทำให้บรรดาชนเผ่าเล็กๆมากมายแถบภูเขา (แถวแคว้น หนาน) เข้ามาสวามิภักดิ์ ต่อมางักจิ้นก็มีส่วนร่วมในการไล่ล่าเล่าปี่ ไม่กี่ปีต่อมา งักจิ้นก็มีส่วนในการบุกโจมตีแคว้นง่อ และในตอนที่โจโฉต้องล่าถอยจากยุทธการผาแดง (ค.ศ. 208) งักจิ้นได้ประจำการป้องกันทัพซุนกวนที่เมืองหับป๋า ร่วมกับเตียวเลี้ยวและลิเตียน

หลังจากนั้นงักจิ้นได้รับที่ดินศักดินาเพิ่มเติมอีก 500 ครัวเรือน (จากของเดิม 1,200 ครัวเรือน) ภายหลังได้รับอนุญาตให้โอนศักดินาให้บุตรชาย 500 ครัวเรือน และงักจิ้นได้เลื่อนขั้นเป็นแม่ทัพขวา (อิ๋วเจียงจวิน) จากความชอบครั้งป้องกันเมืองหับป๋า 

เจี้ยนอันศกปีที่ 23 (ค.ศ. 218) งักจิ้นเสียชีวิต จึงได้รับพระราชทานยศเป็นเว่ยโหว (เว่ยโหว : พระยาแกล้วกล้า)

ทายาทของเขา งักหลิน แทบถอดแบบมาจากตัวงักจิ้น และงักหลินได้เป็นเจ้าเมือง เอียงจิ๋ว (หยางโจว) ในตอนที่ จูกัดเอี๋ยน ก่อกบฏ งักหลินถูกซุ่มโจมตีจนเสียชีวิต จึงได้รับพระราชทานตำแหน่ง เว่ยเ่ว่ย (ผู้บังคับการองครักษ์)หนึ่งในเก้าเสนาบดี มีหน้าที่ดูแลความปลอดภัยในเมืองหลวง โดยเฉพาะกำแพงและประตูเมือง มีทหารในสังกัดสองพันนาย : อ้างจากการแปลในกระทู้ยศทหารในสามก๊กโดยพี่ซุนเซ็ก) และได้รับบรรดาศักดิ์พระราชทานเป็น หมินโหว (หมินโหว : พระยาไมตรี) โดยมี เยว่จ้าว เป็นผู้สืบทอด 

สำหรับ บทบาทของงักจิ้นในฉบับนิยาย (โดยหลอก้วนจง) งักจิ้นปรากฎตัวครั้งแรกใน ตอนที่ 5 ซึ่งเขาเข้าร่วมกับทัพโจโฉ เมื่อครั้งที่โจโฉกำลังเตรียมทัพไปร่วมกับอีก 17 ทัพหัวเมือง ในการบุกโจมตีตั๋งโต๊ะ ซึ่งเป็นทรราชย์ที่ใช้ฮ่องเต้เป็นหุ่นเชิด และถูกแต่งให้เสียชีวิตใน ตอนที่ 68 คาดว่าเป็นเพราะช่วงสิบปีสุดท้ายของชีวิตงักจิ้นมีวีรกรรมที่ได้รับการบันทึกเอาไว้น้อย ซึ่งงักจิ้นได้ร่วมรบในการบุกแคว้นง่อ (หลังเหตุการณ์เมืองหับป๋า) ระหว่างเผชิญหน้ากับทัพง่อที่ริมฝั่งแม่น้ำ หยูสวีงักจิ้นได้ดวลกับเล่งทอง แล้วมีลูกเกาทัณฑ์จากโจฮิว ปักใส่ตัวม้าของเล่งทอง ทำให้ม้าของเล่งทองเตลิดหนี งักจิ้นจึงไสม้าไล่ตาม แต่ถูกยิงแสกหน้าเสียชีวิต โดยน้ำมือของกำเหลง

วันเสาร์ที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2555

ประวัติสามก๊ก เตียนอุย


สามก๊ก เตียนอุย
สามก๊ก เตียนอุย

เตียนอุย (จีนตัวเต็ม: 典韋; จีนตัวย่อ: 典韦; พินอิน: Diǎn Wěi; เวด-ไจลส์: Tien Wei) เป็นตัวละครในวรรณกรรมจีนอิงประวัติศาสตร์เรื่องสามก๊กที่มีตัวตนจริงในประวัติศาสตร์ยุคสามก๊ก ชาวเมืองตันลิว เป็นองครักษ์คนสำคัญของโจโฉ เป็นคนรูปร่างใหญ่ ใช้ทวนคู่เป็นอาวุธ มีพลังแข็งแกร่ง เข้ามารับราชการกับโจโฉโดยการแนะนำของแฮหัวตุ้นในช่วงที่โจโฉมีอำนาจในภาคตะวันออก

ครั้งหนึ่งลมพัดธงของโจโฉเกือบหัก ทหารของโจโฉพยายามดันต้านไว้เกือบจะไม่ไหว เตียนอุยคนเดียวเข้าไปดันธงได้ โจโฉเห็นความแข็งแกร่งจึงตั้งให้เป็นองครักษ์ เตียนอุยเป็นผู้ช่วยชีวิตโจโฉให้พ้นจากกองเพลิงในศึกปักเอี้ยงและเป็นผู้ทำให้โจโฉได้เคาทูมาร่วมงานได้อีกคน

ในโจโฉตีเมืองอ้วนเซีย เตียวสิ้วเจ้าเมืองยอมสวามิภักดิ์ แต่โจโฉไปหลงนางเจ๋าซือ อาสะใภ้ของเตียวสิ้ว เตียวสิ้วโกรธมาก แต่ทำอะไรไม่ได้เพราะโจโฉมีเตียนอุยเป็นองครักษ์ เฮาเฉียจึงวางอุบายให้มอมเหล้าเตียนอุย และขโมยทวนคู่มา จากนั้นเตียวสิ้วจึงเข้าตีค่ายโจโฉ โจโฉได้หนีออกไป ส่วนเตียนอุยเมื่อสร่างเมา ตื่นมาพบเตียวสิ้วโจมตี พยายามหาทวนคู่แต่ไม่พบ จึงเข้าต่อสู้กับเตียวสิ้วตามลำพัง โดยยังคิดว่าโจโฉยังอยู่ในค่ายจึงต้องปกป้องโจโฉให้พ้นอันตราย จนกระทั่งถูกรุมฆ่าเสียชีวิต

อาวุธของเตียนอุยคือทวนคู่ หนักมากถึง 18 ชั่ง ที่ด้านบนทวนทั้งสองจะมีมีดคมแหลมและมีมีดรูปพระจันทร์เสี้ยวอยู่ด้วย

ข้อมูลจาก wikipidia